logo

อาหารทะเลแช่ฟอร์มาลีน 

    อาหารทะเลเป็นอาหารสด เน่าเสียง่าย จึงต้องเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันการเน่าเสีย ผู้ประกอบการหลายรายจึงได้หาวิธีต่างๆ เพื่อเก็บรักษาอาหารทะเลให้คงความสดได้นานขึ้น ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์จึงเลือกใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องและผิดกฎหมาย    คือการแช่สารฟอร์มาลีน โดยพบมากในปลาหมึกกรอบ เมื่อกินเข้าไปจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพตามมา นอกจากนั้นสารฟอร์มาลีนยังเป็นวัตถุห้ามใช้ในอาหารตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข หากใครใส่สารนี้ในอาหาร จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ

     อาการของผู้ที่ได้รับฟอร์มาลีนเข้าไปในปริมาณมาก จะเกิดพิษต่อระบบทางเดินอาหาร ปวดศีรษะอย่างรุนแรง หัวใจเต้นเร็ว แน่นหน้าอก ปากและคอแห้ง คลื่นไส้อาเจียน ถ่ายท้อง ปวดท้องอย่างรุนแรง กระเพาะอาหารอักเสบ เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ปัสสาวะไม่ออก หมดสติ ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจเสียชีวิตเพราะระบบหมุนเวียนเลือดล้มเหลว

เพื่อความปลอดภัย ผู้ประกอบการและผู้บริโภคควรปฏิบัติดังนี้

  • ผู้ประกอบการต้องนำ อาหารทะเลมาแช่เย็นหรือแช่น้ำแข็งที่สะอาดปริมาณเพียงพอในภาชนะสำ หรับแช่อาหารทะเลเท่านั้น และน้ำ แข็งที่แช่นั้นต้องไม่นำ กลับมาบริโภคอีก
  • ผู้ประกอบการต้องทำความสะอาดภาชนะบรรจุอาหารทะเลให้สะอาด จากนั้นฆ่าเชื้อโรคโดยการแช่น้ำผสมคลอรีนที่มีความเข้มข้น 100 อย่างน้อย 2 นาที
  • ควรเลือกซื้ออาหารทะเลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ตลาดสดน่าซื้อ ตลาดนัดน่าซื้อ ของกรมอนามัย
  • ก่อนนำอาหารทะเลมาปรุงอาหารต้องล้างด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง
  • เลือกกินอาหารทะเลที่ปรุงสุกใหม่ๆ หลีกเลี่ยงการกินดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ
  • ควรแยกอาหารทะเลที่ปรุงสุกและยังไม่สุกออกจากกัน
  • เมื่อซื้ออาหารทะเลมาแล้ว หากไม่นำมาปรุงทันที ควรเก็บใส่ตู้เย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า  5 องศาเซลเซียส หรือแช่งแข็งเพื่อชะลอการเน่าเสีย
 

น้ำมันปาล์มดิบ เป็นแหล่งของแคโรทีน ซึ่งเป็นสารที่ให้สีเหลือง และเราได้สกัดสารเหล่านี้ออกมาใช้เป็นสีผสมอาหารได้ รวมทั้งสามารถสกัดมาใช้ประโยชน์อื่นได้อีกมากมาย แต่ว่านอกจากแคโรทีนแล้ว น้ำมันปาล์มยังมีสารสำคัญอีกตัวหนึ่ง นั่นคือวิตามินอี ถ้าจะว่าไปแล้ว มูลค่าของวิตามินอีที่มีอยู่มากในน้ำมันปาล์มนั้นสูงมากทีเดียว เพราะว่าทุกวันนี้เราต้องนำเข้าวิตามินอีจากต่างประเทศโดยมีราคาสูงนับแสนบาทต่อกิโลกรัม

วิตามินอีกำลังได้รับความสนใจในปัจจุบันเพราะว่ามีคุณสมบัติเด่นหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงมากตัวหนึ่ง ดังนั้นจึงสามารถใช้ในอุตสาหกรรมอาหารได้หลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาอาหารเพื่อสุขภาพทั้งหลาย นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ซึ่งจะส่งผลให้ลดอัตราเสี่ยงจากโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้ และยังมีรายงานว่าวิตามินอีสามารถยับยั้งมะเร็งและเนื้องอกได้