PGS การพัฒนาเกษตรอินทรีย์

            ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในรายการ “คืนความสุขของคนในชาติ” เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2558 ว่า “เกษตรอินทรีย์ เป็นเกษตรสมัยใหม่ โดยใช้การผลิต-การตลาดสมัยใหม่ร่วมกับเทคโนโลยีอย่างลงตัว และช่วยพี่น้องเกษตรกรไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลก ซึ่งความต้องการของผู้บริโภคในตลาดปัจจุบัน มุ่งเน้นด้านสุขภาพ และการรักษาสิ่งแวดล้อม เกษตรอินทรีย์ จึงสมควรได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากทุกภาคส่วน” และในรายการ “คืนความสุขของคนในชาติ” เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2558 ว่า ระบบ PGS หรือ การรับรองแบบมีส่วนร่วม (Participatory Guarantee Systems) ซึ่งริเริ่มโดยสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ เป็นระบบที่สมาชิกกลุ่มผู้ผลิต/ชุมชน มีส่วนร่วมในการตรวจสอบมาตรฐานผลผลิตของกันเองในพื้นที่ทำให้เกิดความมั่นใจในสินค้าของตนว่าในอนาคตจะสามารถต่อยอดนำไปสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์และสร้างมาตรฐานสินค้าส่งออกได้ต่อไป

           เกษตรอินทรีย์ เป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้บริโภคและพี่น้องเกษตรกร และต้องดำเนินการให้สำเร็จเห็นผลเป็นรูปธรรมกรมพัฒนาที่ดิน ได้ดำเนินการและจัดทำแผนงานงบประมาณเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ โดยการใช้กระบวนการรับรองแบบมีส่วนร่วม หรือ PGS ทั้งนี้ การพัฒนาเกษตรอินทรีย์จำเป็นต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน หนุนเสริมช่วยเหลือกัน  ซึ่ง PGS เป็นกระบวนการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนระดับรากหญ้า (grass - root organization) ในการพึ่งตนเองตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การผลิต ไปจนถึงการตลาด  โดยแสวงหาความร่วมมือจากทุกองค์กร ทุกภาคส่วน ให้ช่วยกันพัฒนา และนำผลผลิตจากเกษตรกรรายย่อยไปสู่ผู้บริโภค ดังเช่น คำว่า  “สานพลังประชารัฐ” หมายถึง การรวมพลังระหว่าง ภาคประชาชน และภาคธุรกิจ กับภาครัฐในการทำงานพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อความมั่นคงของชีวิตเกษตรกรและผู้ใช้แรงงาน ชุมชนท้องถิ่นและประเทศชาติ นอกจากนี้ยังเป็นไปเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระดับฐานราก โดยอาศัยจุดแข็งของแต่ละองค์กรภาคีมาหนุนเสริมกัน รวมทั้งชื่นชมและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

          ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน กรมพัฒนาที่ดินได้ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจังอย่างต่อเนื่อง  ดังนี้

          1) ถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตเกษตรอินทรีย์ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ

          2) สนับสนุนปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่จำเป็นสำหรับการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์

          3) สนับสนุนกลุ่มเกษตรกรที่มีความพร้อมและเต็มใจเพื่อเข้าสู่การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์

           เจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาที่ดินทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางวิชาการด้านเกษตรอินทรีย์ให้กับกลุ่มเกษตรกร ดำเนินการยื่นสมัครขอรับการรับรองมาตรฐานพืชอินทรีย์กับกรมวิชาการเกษตร และมาตรฐาน ข้าวอินทรีย์กับกรมการข้าว และให้การสนับสนุนในกรณีที่เกษตรกรมีความพร้อมยื่นสมัครขอรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์มาตรฐาน IFOAM จากสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ อย่างไรก็ตาม กลุ่มเกษตรกรบางกลุ่มที่เข้าร่วมโครงการฯ เป็นเกษตรกรรายย่อย ที่ทำเกษตรอินทรีย์ด้วยจิตวิญญาณ เป็นวิถีชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเกื้อกูล เรียกว่า “เกษตรอินทรีย์พื้นบ้าน” เกษตรกรเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงหน่วยตรวจรับรองได้ เพราะมีค่าใช้จ่ายในการตรวจรับรองสูงและไม่คุ้มกับผลผลิตที่มีน้อย รวมทั้งมีระบบเอกสารให้บันทึกจำนวนมาก  ดังนั้น แนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว คือ การดำเนินการรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (Participatory Guarantee Systems : PGS) เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนกลุ่มผลิตเกษตรอินทรีย์ได้สอดคล้องกันทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิต การรับประกันคุณภาพ จนถึงการตลาด ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต ต้องการเข้าสู่การตลาดระดับใด ที่คู่ค้า และผู้บริโภคให้การยอมรับ

          กรมพัฒนาที่ดิน ร่วมกับ มูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทย พัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ด้วยกระบวนการรับรองแบบมีส่วนร่วม (Participatory Guarantee Systems : PGS) โดยให้การสนับสนุนด้านเทคนิควิชาการ ซึ่งโครงการ PGS ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank, ADB) มีเป้าหมายให้สินค้าเกษตรอินทรีย์เป็นที่ยอมรับของตลาดภายในประเทศ และตลาดในภูมิภาค ลุ่มน้ำโขง และได้รับการยอมรับในเชิงนโยบายของรัฐ โครงการ PGS มีกระบวนการตรวจและรับรอง โดยนำหลักการ PGS IFOAM และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ประเทศไทย (Thai Standard Agriculture) มกษ.9000 เล่ม 1 และเล่ม 2 มาปรับประยุกต์ให้เหมาะสมกับบริบทของเกษตรกรรายย่อยในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย  ระยะเวลาดำเนินงานโครงการ PGS ตั้งแต่เดือน เมษายน 2558 ถึง ธันวาคม 2559 เมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินงานโครงการฯ  มีเกษตรกรผ่านการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ PGS รวมจำนวน 143 ราย ใน 4 จังหวัด (นครปฐม สุรินทร์ ลำปาง และเชียงใหม่) รวมพื้นที่ 1,493.6 ไร่  กลุ่มเกษตรกรนำร่อง 5 กลุ่ม   มีสมาชิก 456 ครอบครัว พื้นที่ 4,164 ไร่ ทำเกษตรผสมผสานในระบบเกษตรอินทรีย์ ปลูกข้าว พืชผัก และเลี้ยงสัตว์ ตามศาสตร์พระราชาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักในการปฏิบัติ สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทำให้มีเงินไหลเวียนในชุมชนกว่า 100 ล้านบาท/ปี หรือ เฉลี่ยประมาณ 200,000 บาท/ครอบครัว

          ผลสำเร็จของโครงการนำร่องเกษตรอินทรีย์ PGS ตามที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก ADB กรมพัฒนาที่ดิน ได้จัดทำแผนงานและงบประมาณโครงการเกษตรอินทรีย์ PGS เพื่อรองรับและขยายผลการดำเนินงานต่อเนื่อง ถึงปีงบประมาณ 2560 และได้กำหนดแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรให้ทำการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ ดังนี้

           1) ให้คำปรึกษาทางด้านวิชาการ และแนะนำวิธีดำเนินการตามกระบวนการรับรองแบบมีส่วนร่วม PGS

           2) สนับสนุนช่วยเหลือในการปรับปรุงบำรุงดิน ให้มีความอุดมสมบูรณ์

           3) สนับสนุนปัจจัยการผลิตที่จำเป็นสำหรับการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์

           4) ให้การช่วยเหลือด้านอื่นๆ ตามความเหมาะสม และประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 

           ในปีงบประมาณ 2560 กรมพัฒนาที่ดิน มีแผนการดำเนินงานส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ โดยใช้กระบวนการรับรองแบบมีส่วนร่วม PGS จำนวน 200 กลุ่ม เกษตรกร 1,000 ราย พื้นที่ 10,000 ไร่ใน 50 จังหวัด  การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ PGS จำนวน 10 แห่ง ใน 8 จังหวัด และการฝึกอบรม ด้านเกษตรอินทรีย์ จำนวน 3 หลักสูตร คือ               

             1. หลักสูตร “รอบรู้เกษตรอินทรีย์”

             2. หลักสูตร “การขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ด้วยระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม”

             3. หลักสูตร “เทคนิคการตรวจเยี่ยมฟาร์มเพื่อนในกระบวนการรับรองแบบมีส่วนร่วม”

          โดยมีกลุ่มเป้าหมายของการฝึกอบรม คือ บุคคลทั่วไป เจ้าหน้าที่กรมพัฒ นาที่ดิน และเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ

          ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ยินดีให้การสนับสนุนช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรอย่างเต็มที่ และพร้อมจะอยู่เคียงข้างพี่น้องเกษตรกร หากเกษตรกรท่านใด สนใจเข้าร่วมโครงการเกษตรอินทรีย์ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัด ทั่วประเทศ และที่กรมพัฒนาที่ดิน โทร. 1760 ต่อ 1340

แหล่งที่อ้างอิง : กลุ่มวิจัยและพัฒนาหมอดินอาสาและบริหารจัดการเครือข่าย กองวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน